วัดโจ้โล้ บางคล้า ฉะเชิงเทรา

วัดปากน้ำโจ้โล้ สวยงามตระการตา unseenโบสถ์สีทอง วัดโจ้โล้ หรือ วัดปากน้ำโจ้โล้ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ วัดโบสถ์สีทอง อ.บางคล้า เนื่องจากโบสถ์ของวัดมีสีทองทั้งหลัง ทั้งภายนอกและภายใน เป็นจุดเด่นแก่ผู้พบเห็น ตามประวัติเล่าว่า “วัดปากน้ำโจ้โล้” ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นวัดในสมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว แต่ไม่ปรากฏแน่ชัด ว่าสร้างขึ้นเมื่อใดในอดีต บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของทัพพม่า ซึ่งยกทัพบกและทัพเรือ

วัดโพธิ์บางคล้า

วัดโพธิ์บางคล้า

วัดโพธิ์บางคล้า ฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ตามคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในท้องถิ่น วัดโพธิ์บางคล้า แห่งนี้สร้างขึ้นสมัยใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และคาดว่าเคยเป็นที่พักทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งยกทัพไปต่อสู้กับพม่า ที่บริเวณปากน้ำโจ้โล้(ห่างจากวัด 1 กม.) เมื่อราวๆปี พ.ศ. 2309 จากคำบอกเล่าอีกนั้น วัดแห่งนี้เดิมเป็นกุฎิไม้ใต้ถุนสูง หลังคามุงจาก อยู่ใกล้กับท่าน้ำแม่น้ำบางปะกงและต้นโพธิ์ใหญ่ มีโบสถ์คล้ายเก๋งจีน หลังคาซ้อน2ชั้น

วัดโพธิ์ใหญ่

วัดโพธิ์ใหญ่ โพธิ์ใหญ่เก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์มหากุศล วัดโพธิ์ใหญ่ ฉะเชิงเทรา เป็นศาสนสถานอีกแห่งหนึ่ง เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยผ่าน เพราะวัดอยู่ถึงก่อนสี่แยกพนมสารคาม แต่อาจไม่ได้สังเกต หรือให้ึความสนใจเพราะคงไม่คิดว่า ที่วัดโพธิ์ใหญ่แห่งนี้มีดีอะไร ??  เมื่อมาถึงตอนนี้แล้วทางเว็บไซต์สวัสดีแปดริ้ว ขอบอกว่าที่นี่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ถ้าได้มาแล้ว "ไม่ธรรมดา" จริงๆค่ะ วัดโพธิ์ใหญ่แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เคยได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่าง

วัดเขาดิน ฉะเชิงเทรา

วัดเขาดิน ฉะเชิงเทรา วัดที่สร้างบนเขา แห่งเดียวในฉะเชิงเทรา ประวัติวัดเขาดิน เดิมชื่อวัดปัฎฐวีปัพพตาราม เป็นชื่อทางทะเบียนคณะสงฆ์ ชาวบ้านทั่วไปจะเรียกว่า วัดเขาดิน วัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเมื่อ พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2479 เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาเล็ก ๆ แห่งเดียวในอำเภอบางปะกง (ตั้งอยู่ข้างถนนมอเตอร์เวย์) ห่างถนนประมาณ 500 เมตร ในเนื้อที่ 31 ไร่
วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง (โบสถ์กลางทะเล)

วัดหงษ์ทองสักการะพระธาตุพระอรหันต์ ชมความงามโบสถ์กลางทะเล Unseen เมืองฉะเชิงเทรา หลายๆคนอาจคิดว่า ฉะเชิงเทราหรือแปดริ้ว มีทะเลด้วยหรือ ?? คำถามนี้เราไม่ปล่อยให้ท่านสงสัยนานเกินไป เว็บไซต์สวัสดีแปดริ้วดอทคอม ขอเฉลยว่า มีค่ะ แต่ทะเลที่ว่านั้น ไม่ใช่ชายทะเลแบบชายหาดบางแสนหรือพัทยา ที่สามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ทะเลของเราเป็นทะเลแบบป่าชายเลน ซึ่งมีอาณาบริเวณอยู่ที่ อ.บางปะกง นั่นเอง

วัดชมโพธยาราม

วัดชมโพธยาราม อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา วัดชมโพธยาราม เป็นวัดแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ก่อสร้างสังเวชนียสถาน ให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการครบทั้ง 4 ตำบล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ทำให้ประชาชนไม่ต้องไปกราบไหว้ไกลถึงต่างประเทศ แค่มาที่วัดชมโพธยารามแห่งเดียวก็สามารถกราบไหว้ได้ครบ สังเวชนียสถาน คือ สถานที่อันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช โดยเมื่อดูแล้วทำให้จิตหันมาคิดถึงสิ่งที่ดีงาม เกิดความไม่ประมาท และเพียรพยายามทำสิ่งที่ดีงาม โดยมี 4 แห่งคือ • สถานที่พระพุทธเจ้าประสูติ  สถานที่แห่งนี้เป็นอุทยาน เรียกว่า

วัดจีนประชาสโมสร

วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา วัดจีนประชาสโมสร หรือ เล่งฮกยี่ เป็นวัดจีนเก่าแก่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดพุทธนิกายมหายาน ที่มีคุณค่าด้านศิลปกรรมแบบจีน ตามประวัติเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่5 ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดเส้นทางรถไฟ สาย กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ที่เมืองแปดริ้ว และได้ทรงเสด็จมาที่วัดนี้ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ

วัดนครเนื่องเขต

วัดนครเนื่องเขต (วัดต้นตาล) ฉะเชิงเทรา  วัดนครเนื่องเขต หรือวัดต้นตาล ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2430 โดยพระภิษุรูปหนึ่ง ชื่อหลวงตาบัว ซึ่งได้ธุดงค์มาจากทางภาคเหนือ และได้มาปักกลดบริเวณ ต.วังตะเคียน อ.เมือง ฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบันก็คือบริเวณที่สร้างวัดนครเนื่องเขตนั่นเอง

วัดสมานรัตนาราม ฉะเชิงเทรา

วัดสมานรัตนาราม พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข ฉะเชิงเทรา วัดพระพิฆเนศ ฉะเชิงเทรา หรือที่หลายคนรู้จักดีในชื่อของ วัดสมานรัตนาราม  เพราะพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขนี้เอง ที่ทำให้วัดสมานรัตนารามแห่งนี้มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปอย่างกว้างขวาง ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีผู้ใดมาขอพรก็มักจะสำเร็จสมดังใจหวัง จนทำให้เป็นที่นับถือของคนทั่วไปอย่างรวดเร็ว พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุของค์นี้ มีเนื้อองค์เป็นสีชมพูและอาจเรียกได้ว่า เป็นพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย . ปางนอนเสวยสุขนั้นมีความหมายว่า เป็นปางที่ประทานความมีกินมีใช้ เงินทองไม่ขาดมือ อยู่อย่างสุขสบาย อิ่มหนำสำราญ ขจัดปัญหา

หลวงพ่อโต ซำปอกง

หลวงพ่อโต ซำปอกง ณ วัดอุภัยภาติการาม อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แห่งนี้ ตามประวัติเล่าว่า เมื่ออดีตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 ในชุมชนชาวตลาดบ้านใหม่ล่าง มีเศรษฐีชาวจีน 2 พ่อลูก คือ หลงจู๊ฮี้ (พ่อ) และ หลงจู๊แดง (ลูก) ได้ไปศักการะหลวงพ่อโต ที่วัดพนัญเชิง อยุธยา และเกิดความศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างมาก