fbpx skip to Main Content
Menu
แนะนำเส้นทางไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง

แนะนำเส้นทางไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง

แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง ฉะเชิงเทรา
เส้นทาง อ.เมือง, อ.บางคล้า และ อ.คลองเขื่อน

ฉะเชิงเทรา เป็นอีกอีกจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองธรรมะ เพราะมีหลวงพ่อโสธรเป็นสัญลักษณ์ ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ เป็นจำนวนมาก วันนี้ทางทีมงาน สวัสดีแปดริ้ว.คอม จะขอแนะนำเส้นทางไหว้พระ 9 วัด ที่ฉะเชิงเทรา ภายใน 1 วัน

จะมีที่ไหนบ้าง ลองไปชมกันค่ะ

1. วัดหลวงพ่อโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

เป็นวัดอารามหลวงชั้นตรี เป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโสธร ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา นับหลายร้อยปี

2. วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ หรือ “วัดเมือง” อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชการที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๗๗ พร้อมกับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง ในปี พ.ศ. ๒๓๗๗ โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียง กับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า วัดเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทรา และพระราชทานนามให้ใหม่ว่า “วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฏิ์” แปลว่า วัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง

3. วัดอุภัยภาติการาม (หลวงพ่อโต ซำปอกง) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

วัดแห่งนี้เป็นลัทธิมหายาน จึงมีความเชื่อแบบวัดจีน ภายในวิหารจะมีพระโพธิสัตว์กวนอิม, พระอรหันต์ และเทพเจ้าที่สำคัญของชาวจีน ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตที่เป็นที่กล่าวขวัญถึง คือการนำโชคดีมาให้แก่คนทำมาค้าขาย

ในประเทศไทย มีหลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง เพียงแค่ 3 วัดเท่านั้น คือ วัดพนัญเชิง อยุธยา, วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี และวัดอุภัยภาติการาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพบูชาแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

4. วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

วัดจีนประชาสโมสร หรือ เล่งฮกยี่ เป็นวัดจีนเก่าแก่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดพุทธนิกายมหายาน ที่มีคุณค่าด้านศิลปกรรมแบบจีน

5. เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ (สมาคมสงเคราะห์การกุศล ฉะเชิงเทรา) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

ประดิษฐานอยู่ที่ สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา ถ.ศุภกิจ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เนื้อกระเบื้องทำจากซีลีก้า สูงประมาณ 119 เซนติเมตร นำหนัก 40 กิโลกรัม ด้านในหล่อเต็มองค์ สีผิวออกเหลือง ชุดที่ใส่เป็นลายไผ่สีเขียว ยืนบนฐานดอกบัว

แต่ปัจจุบันได้มีการปิดทองคำแท้ทั้งองค์ เคลือบองค์จริงไว้อีกชั้นหนึ่ง ในมือถือคัมภีร์ ซึ่งลักษณะดังกล่าวเรียกว่า ปางถือคัมภีร์

6. วัดสมานรัตนาราม (พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

วัดสมานรัตนาราม หรือที่หลายคนรู้จักดีในชื่อของ วัดพระพิฆเนศ ฉะเชิงเทรา เพราะพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขนี้เอง ที่ทำให้วัดสมานรัตนารามแห่งนี้มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปอย่างกว้างขวาง ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีผู้ใดมาขอพรก็มักจะสำเร็จสมดังใจหวัง จนทำให้เป็นที่นับถือของคนทั่วไปอย่างรวดเร็ว พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุของค์นี้ มีเนื้อองค์เป็นสีชมพูและอาจเรียกได้ว่า เป็นพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

7. เทวสถานอุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน (ปางยืน องค์สำริด) อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

เป็นองค์พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดสูงถึง 39 เมตร เนื้อองค์ทำจากสำริด (ประกอบด้วย ซิลิคอน, แมงกานีส, นิเกิล, เหล็ก, ดีบุก, ตะกั่ว, สังกะสี, ทองแดง) พระหัตถ์ทั้ง 4 นั้นถือ ดอกบัว, มะม่วง, กล้วย, อ้อย และขนุน และที่พระบาทมีหนูกอดลูกมะพร้าว ซึ่งมีความหมาย คือ ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน พระพิฆเนศปางสำริด สำเร็จสมปรารถนานี้จะประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

8. วัดโพธิ์บางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

วัดโพธิ์บางคล้า ตั้งอยู่ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ตามคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในท้องถิ่น วัดแห่งนี้สร้างขึ้นสมัยใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และคาดว่าเคยเป็นที่พักทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งยกทัพไปต่อสู้กับพม่า ที่บริเวณปากน้ำโจ้โล้(ห่างจากวัด 1 กม.)เมื่อราวๆปี พ.ศ. 2309

9. วัดปากน้ำโจ้โล้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

วัดปากน้ำโจ้โล้ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ วัดโบสถ์สีทอง เนื่องจากโบสถ์ของวัดมีสีทองทั้งหลัง ทั้งภายนอกและภายใน เป็นจุดเด่นแก่ผู้พบเห็น

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างตลาดน้ำบางคล้า และวัดค้างคาวแม่ไก่ (วัดโพธิ์บางคล้า) เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจ และเป็น unseen อีกแห่งของเมืองแปดริ้วจริงๆ

สถานที่ทั้ง 9 แห่งที่แนะนำ เป็นสถานที่อยู่ในเขต อ.เมือง, อ.บางคล้า และ อ.คลองเขื่อน ทั้งหมดอยู่ในเขตฉะเชิงเทรา สามารถเดินทางไปกลับได้ภายใน 1 วัน ซึ่งแต่ละที่สามารถไปหากันได้โดยไม่ไกล แนะนำให้ไปโดยรถส่วนตัวจะสะดวกกว่า เพราะบางสถานที่ถ้าไปรถประจำทาง จะทำให้เสียเวลาในการเดินทาง

Back To Top
×Close search
Search