ชาติรักษาฟาร์ม
  คุ้มสวัสดีแปดริ้ว ร้าน8ริ้วรสเด็ด  
   ชาติรักษาฟาร์ม                          คุ้มสวัสดีแปดริ้ว                           ร้าน8ริ้วรสเด็ด                          ช้อปปิ้งออนไลน์
     
 

 

   ประวัติและความเป็นมาของวัดโสธร  จ.ฉะเชิงเทรา

 
 

      วัดโสธรวรารามวรวิหาร เดิมมีชื่อว่า “วัดหงส์” มีหลักฐานว่า สร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยมีประวัติ ที่เล่าสืบทอดกันมายาวนานมาก  ครั้งแล้วกาลเวลาก็ผ่านไปอีก แม่น้ำบางปะกงไหลกัดเซาะตลิ่งพังลงมาวัดหงส์จึงหมดไป  จึงมีการสร้างวัดขึ้นใหม่ 


    วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้วและคนต่างบ้านต่างเมืองมาแต่ อดีตกาล ตั้งอยู่บนถนนสายมรุพงษ์ ห่างจากตลาดกลางเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร

    วัดนี้แต่เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างขึ้นตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา ตามประวัตินั้น แต่แรกมีชื่อว่า "วัดหงส์" เพราะมี "เสาหงส์" อยู่ในวัด เป็นเสาสูงมียอดเป็นตัวหงส์อยู่บนปลายเสา ต่อมาหงส์บนยอดเสาหักตกลงมาเหลือแต่เสา และมีผู้เอาธงขึ้นไปแขวนแทน จึงได้ชื่อว่า "วัดเสาธง" ครั้นเมื่อเสาธงหักเป็นสองท่อน จึงเรียกชื่อใหม่ว่า "วัดเสาธงทอน" ส่วนชื่อ "วัดโสธร" อันมีความหมายว่า "บริสุทธิ์" และ "ศักดิ์สิทธิ์" นั้น เรียกตามพระนามของพระพุทธโสธรหรือหลวงพ่อโสธรซึ่งได้มาประดิษฐานในวัดนี้  

    ในภายหลังวัดโสธรได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า "วัดโสธรวรารามวรวิหาร" เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2501

    ความจริงวัดโสธรแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปีใดก็ไม่มีหลักฐานที่แน่นอนเพียงแต่ทราบว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เท่านั้นเอง  แล้วก็สร้างในสมัยเดียวกับหลวงพ่อบ้านแหลมที่แม่กลองหรือสมุทรสงคราม ที่มีผู้คนบูชากราบไหว้ เพราะความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน

 

 

  ประวัติพระอุโบสถหลวงพ่อโสธร หลังใหม่

  เนื่องจากพระอุโบสถหลังเก่าของวัดมีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ ซึ่งหลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ 18 องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2509  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ ทรงมีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม ซึ่งพระจริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์ (หลวงพ่อเจียม) อดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานการสร้าง และทรงเป็นผู้กำกับดูแลงานสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ 

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ พ.ศ. 2531 และทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ น้ำหนัก 77 กิโลกรัม ประดิษฐานเหนือยอดมณฑป เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาทรงตัดหวายลูกนิมิต เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549  นับเป็นที่ปลื้มปิติของชาวฉะเชิงเทรา อย่างหาที่เปรียบมิได้ ทั้งนี้ทุนทรัพย์ที่ใช้ในการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่นี้ เป็นเงินบริจาคจากประชาชนทั้งหมดไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินแต่ประการใด

  การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ เป็นงานที่มีความท้าทายเชิงวิศวกรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากตำแหน่งที่ประดิษฐานขององค์พระนั้น เป็นตำแหน่งที่มีความเชื่อว่าเป็นตำแหน่งที่ทำให้บ้านเมืองฉะเชิงเทราเจริญรุ่งเรือง จึงมีข้อจำกัดในการก่อสร้างที่ว่า การก่อสร้างนี้จะต้องไม่มีการ เคลื่อนองค์พระแม้แต่กระเบียดเดียว ทั้งทางราบ และทางดิ่ง (หมายถึงว่าจะยกขึ้นลงก็ไม่ได้) โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์ โดยต้องสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กครอบฐานชุกชี ติดตั้งเครื่องระบายอากาศ มีเครื่องวัดความชื้น และติดตั้งเครื่องวัด และควบคุมอุณหภูมิและความชื้น

  ในส่วนของศิลปะภายในพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธโสธร ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดาน จะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาลโดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ณ เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ เหนือมณฑปพระอุโบสถ และภาพของจักรวาลบนเพดานจะเป็นภาพเขียน ประดับโมเสกสี จึงเป็นพระอุโบสถที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุด

   ปัจจุบัน วัดโสธรวราราม วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000 จัดเป็น พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สามารถเข้าสักการะองค์หลวงพ่อโสธรได้ทุกวัน เปิดให้นมัสการวันธรรมดาเวลา  07.00 – 16.15 น.  วันหยุดเวลา  08.00 – 16.30  น. 

บริเวณวัดโสธรฯ มีบริการร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย. 

  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร โทร. 038-511048, 038-511449

ขอขอบคุณ : ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีและข้อมูลจากเว็บไซต์จังหวัดฉะเชิงเทรา


   อ่านเรื่องหลวงพ่อโสธร


  การเดินทางมาวัดโสธรวรารามวรวิหาร


ทางรถยนต์

• จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (กรุงเทพฯ-มีนบุรี–ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 75 กิโลเมตร
• จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข34 (บางนา-ตราด) จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข314  (บางปะกง–ฉะเชิงเทรา)ระยะทาง90กม.
• จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 3 (ผ่านสมุทรปราการ-บางปะกง) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 314 ระยะทาง100  กิโลเมตรใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย

ทางรถโดยสารประจำทาง (กทม - ฉะเชิงเทรา)
มีทั้งรถตู้/รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากจากสถานีขนส่งสายเหนือ(ถนนกำแพงเพชร 2) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่งสายเหนือ(ถนนกำแพงเพชร 2)  โทร.02-936 2852 -66 #311,#442  หรือบริษัทฉะเชิงเทราขนส่ง จำกัด โทร.02-936 4041 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที  

• มีทั้งรถตู้/รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากจากสถานีขนส่งเอกมัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริษัทฉะเชิงเทราขนส่งจำกัด โทร.02-7121018, 089-7491336 หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่  สถานีขนส่งสายตะวันออก(เอกมัย)โทร.02-391 2505 หรือ สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา 038-514482

ทางรถโดยสารประจำทางภายในจังหวัด
รถเมล์ฟ้า สาย 5 หรือรถตุ๊กๆ     
รถเมล์ฟ้า สาย 5  (จะแบ่งเป็นเส้นทางการเดินทางในจังหวัด สาย 1 สาย 2 แต่ละสายก็เส้นทางต่างกัน) จะผ่านหน้าวัดหลวงพ่อเลย รถจะออกเป็นเวลา แต่รอไม่นานนัก

 
 อ่านเส้นทางการเดินทางอย่างละเอียด

 

  แผนที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร


ดู วัดโสธรวราราม 

 

เรื่องเล่าชาวแปดริ้ว
 ประวัติจังหวัดฉะเชิงเทรา
ประวัติหลวงพ่อโสธร
 วัดโสธรในอดีต
 บางปะกงสายน้ำคือชีวิต
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Copyright ©2008-2012 ... All rights reserved. www.sawasdee-padriew.com เว็บไซต์ของคนรักแปดริ้ว
ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมายในรูปภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์สวัสดีแปดริ้ว.คอม ห้ามทำการละเมิด คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำหรือเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะถูกลงโทษและดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้